คู่มือทาสี
ทาสีบ้านสีอะไรดี วิธีเลือกสีให้เข้ากับบ้าน
ทาสีบ้านสีอะไรดีขึ้นกับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ของบ้าน คือสีหลังคา พื้น และกรอบประตูหน้าต่าง เลือกสีหลักเฉดอ่อนถึงกลางให้เข้ากับสิ่งเหล่านั้น เพิ่มสีรองและสีตัดขอบ แล้วทาแผ่นทดลองบนผนังจริง เพื่อดูในแดดภูเก็ตก่อนตัดสินใจ
อัปเดตล่าสุด:

ทาสีบ้านสีอะไรดี
คำตอบสั้น ๆ คือ สีที่ดีสำหรับบ้านหลังหนึ่งคือสีที่เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ของบ้านหลังนั้น ได้แก่ สีหลังคา สีพื้น และสีกรอบประตูหน้าต่าง สำหรับบ้านส่วนใหญ่ในภูเก็ต สีหลักเฉดอ่อนถึงกลาง เช่น ขาวนวล ครีม เบจ หรือเทาอ่อน เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพราะร้อนน้อย ซีดจางให้เห็นช้า และจับคู่ง่าย จากนั้นเพิ่มสีรองและสีตัดขอบ แล้วยืนยันด้วยการทาแผ่นทดลองบนผนังจริง บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดคู่มือทาสีบ้านของ Phuket Pro Painters
การเลือกสีบ้านไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์ ใช้ขั้นตอนที่เป็นระบบแทนได้ หัวข้อต่อไปนี้เรียงตามลำดับที่ควรคิด
เลือกสีบ้านต้องเริ่มจากอะไร
ทำตามหกขั้นตอนนี้ตามลำดับ
- สำรวจสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้หรือเปลี่ยนยาก ได้แก่ หลังคา พื้นกระเบื้อง หินตกแต่ง กรอบอะลูมิเนียม และรั้วเดิม จดว่าสีเหล่านั้นเป็นโทนอุ่นหรือโทนเย็น
- ดูทรงบ้านและบรรยากาศที่ต้องการ บ้านทรงโมเดิร์นเข้ากับขาว เทา และสีตัดเข้ม บ้านทรงทรอปิคอลเข้ากับครีม เบจ และสีไม้
- ดูสิ่งรอบบ้าน ได้แก่ สีของบ้านข้างเคียง ต้นไม้ และข้อกำหนดเรื่องสีของหมู่บ้านหรือนิติบุคคลถ้ามี
- เลือกสีหลักหนึ่งสี สีรองหนึ่งสี และสีตัดขอบหนึ่งสี บ้านหนึ่งหลังไม่ควรใช้เกินสามสีบนผนัง
- คัดเฉดที่ชอบสองถึงสามเฉดต่อสี แล้วทาแผ่นทดลองบนผนังจริง
- ดูแผ่นทดลองในแสงหลายช่วงเวลา แล้วจึงตัดสินใจ
สีกลุ่มไหนเหมาะกับบ้านแบบใด
ตารางนี้สรุปกลุ่มสีที่ใช้กันมากกับผนังบ้าน พร้อมข้อดีและข้อควรระวังในสภาพอากาศของภูเก็ต
กลุ่มสี | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
ขาวและขาวนวล | สะท้อนความร้อนดี ดูสะอาดและกว้าง | เห็นคราบตะไคร่และคราบน้ำฝนง่าย ต้องล้างผนังเป็นระยะ |
ครีมและเบจ | อบอุ่น พรางฝุ่นได้ดีกว่าขาว จับคู่ง่าย | เฉดที่อมเหลืองมากจะดูเหลืองจัดในแดดแรง |
เทาอ่อนถึงเทากลาง | ทันสมัย พรางฝุ่นดี | ต้องเลือกตระกูลเทาให้ตรงกับหลังคาและกรอบ |
โทนเย็น เช่น ฟ้าอ่อน เขียวอ่อน | เย็นสบายตา เข้ากับทะเลและสวน | เฉดอ่อนมากจะดูเกือบขาวกลางแดด |
โทนดิน เช่น น้ำตาล ดินเผา | กลืนกับธรรมชาติ พรางคราบดิน | เฉดเข้มดูดความร้อนและเห็นการซีดชัดกว่า |
สีเข้ม เช่น เทาเข้ม น้ำเงินเข้ม | คมชัด โดดเด่น | ร้อน ซีดเร็วกว่าเฉดอ่อน ควรใช้เป็นสีเน้นเท่านั้น |
แต่ละกลุ่มมีรายละเอียดการจับคู่ของตัวเอง กลุ่มเทา กลุ่มน้ำตาล และกลุ่มโทนเย็นมีคู่มือแยกอยู่ในชุดคู่มือของเรา
สีหลัก สีรอง และสีตัดขอบ ควรแบ่งสัดส่วนอย่างไร
หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ สีหลักครอบคลุมผนังส่วนใหญ่ สีรองใช้กับพื้นที่รองลงมา เช่น ชั้นล่าง ส่วนยื่น หรือผนังเน้น และสีตัดขอบใช้กับคิ้วบัว ขอบหน้าต่าง ฝ้าชายคา และเสา สัดส่วนโดยประมาณคือสีหลักมากกว่าครึ่ง สีรองราวหนึ่งในสาม และสีตัดขอบส่วนที่เหลือ
สีหลักควรเป็นเฉดที่อ่อนที่สุดหรือรองจากสีตัดขอบ เพราะพื้นที่กว้างที่สุดควรร้อนน้อยและดูแลง่าย สีรองเข้มกว่าสีหลักอย่างน้อยสองระดับเพื่อให้เห็นความต่าง ส่วนประตูหน้าบ้านเป็นจุดที่ใส่สีที่ชอบเป็นพิเศษได้ เพราะพื้นที่เล็กและทาใหม่ง่าย
สีภายในบ้านเลือกต่างจากสีภายนอกอย่างไร
สีภายในเลือกตามการใช้งานและแสงของแต่ละห้อง ห้องเล็กและห้องที่แสงน้อยควรใช้เฉดอ่อนเพื่อให้ดูกว้างและสว่าง ห้องนอนเหมาะกับเฉดหม่นที่สงบ ห้องนั่งเล่นใช้สีกลางเป็นพื้นแล้วเติมสีจากเฟอร์นิเจอร์ การใช้สีพื้นเดียวกันต่อเนื่องหลายห้องทำให้บ้านดูกว้างและเป็นหนึ่งเดียว
สีภายในยังต้องดูสีของพื้น ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน ซึ่งเปลี่ยนยากกว่าสีผนัง หากกำลังวางแผนทาห้องต่าง ๆ ดูรายละเอียดงานได้ที่บริการทาสีภายใน
แดดจัดและต้นไม้รอบบ้านทำให้สีเปลี่ยนไปอย่างไร
แสงเป็นตัวแปรที่ทำให้คนเลือกสีผิดบ่อยที่สุด ในภูเก็ตมีสามเรื่องที่ควรรู้
- แดดกลางวันแรงและขาว ทำให้สีทุกเฉดบนผนังภายนอกดูอ่อนลงกว่าบนแผ่นตัวอย่าง เฉดอ่อนมากจะดูเกือบขาว
- แสงเช้าและแสงเย็นเป็นสีส้มทอง ทำให้โทนอุ่นดูเข้มขึ้นและโทนเย็นดูหม่นลง
- ต้นไม้และสนามหญ้าสะท้อนแสงสีเขียวขึ้นบนผนัง ส่วนทะเลและสระว่ายน้ำสะท้อนแสงสีฟ้า สีขาวและสีอ่อนจะรับสีสะท้อนเหล่านี้ชัดที่สุด
ผนังแต่ละทิศของบ้านหลังเดียวกันจึงดูไม่เหมือนกัน แม้ทาสีเดียวกัน การตัดสินใจจากผนังด้านเดียวหรือจากแสงช่วงเดียวจึงเสี่ยงผิดหวัง
ทาแผ่นทดลองสีอย่างไรให้เห็นผลจริง
- ซื้อสีขนาดทดลองหรือขอตัวอย่างของเฉดที่คัดไว้
- ทาบนผนังจริงเป็นแผ่นขนาดใหญ่พอสมควร สองรอบ เพื่อให้เห็นเฉดเต็ม
- ทาอย่างน้อยสองด้านของบ้าน คือด้านที่รับแดดจัดและด้านที่อยู่ในร่ม
- วางสีหลัก สีรอง และสีตัดขอบไว้ใกล้กัน เพื่อดูว่าเข้ากันหรือไม่
- รอให้แห้งสนิท แล้วดูตอนเช้า เที่ยง เย็น และวันที่ฟ้าครึ้ม
- มองจากระยะที่คนทั่วไปเห็นบ้าน เช่น จากหน้ารั้วหรือจากถนน
สีเข้มหรือสีสดมีข้อจำกัดอะไรในภูเก็ต
สีเข้มดูดความร้อนมากกว่า ทำให้ผนังร้อนและฟิล์มสียืดหดมากในแต่ละวัน เม็ดสีเข้มและสีสดยังเห็นการซีดจางชัดเมื่อผ่านแดดจัดต่อเนื่อง บ้านใกล้ทะเลที่ทาสีเข้มจะเห็นคราบเกลือเป็นฝ้าขาวง่ายกว่าด้วย หากชอบสีเข้ม ให้ใช้ในส่วนที่มีชายคาบังหรือเป็นพื้นที่เล็ก และเลือกสีเกรดที่ผู้ผลิตระบุว่าทนยูวี
การเปลี่ยนจากสีเข้มเดิมเป็นสีอ่อน หรือจากสีอ่อนเป็นสีสด มักต้องเพิ่มจำนวนรอบเพื่อให้ปิดสีเดิมมิด ซึ่งมีผลต่อปริมาณสีและค่าแรง ดูราคาประมาณการได้ที่หน้าราคาทาสีบ้านในภูเก็ต
เลือกสีได้แล้วควรวางแผนอะไรต่อ
เมื่อได้สีแล้ว ให้วางแผนเรื่องเวลา งานภายในต้องเผื่อเวลาให้กลิ่นจางก่อนย้ายกลับเข้าห้อง อ่านได้ในคู่มือระยะเวลารอหลังทาสีก่อนเข้าอยู่ ส่วนงานภายนอกควรดูฤดูกาล เพราะฝนมรสุมมีผลกับงานโดยตรง อ่านได้ในคู่มือการทาสีบ้านในฤดูฝนของภูเก็ต
Phuket Pro Painters สำรวจและวัดพื้นที่หน้างานฟรี และออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง หากเลือกแบบเหมาค่าแรงอย่างเดียว ลูกค้าซื้อสีเฉดที่เลือกไว้เองได้ โดยเราคำนวณปริมาณสีให้ ดูรายละเอียดที่บริการทาสีบ้านและวิลล่า
ถาม-ตอบ
คำถามที่พบบ่อย
- ทาสีบ้านสีอะไรดีที่ไม่เบื่อง่าย
- สีกลางเฉดอ่อนถึงกลาง เช่น ขาวนวล ครีม เบจ และเทาอ่อน อยู่ได้นานโดยไม่เบื่อ และเข้ากับสีหลังคาและเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย หากอยากได้สีสัน ให้ใช้กับผนังเน้นหรือประตูซึ่งเปลี่ยนได้ง่ายกว่า
- ทาสีบ้านสีไหนดีที่ไม่ร้อน
- สีอ่อนสะท้อนแสงแดดได้มากกว่าสีเข้ม ผนังภายนอกสีขาว ครีม หรือเฉดอ่อนอื่น ๆ จึงร้อนน้อยกว่าผนังสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นโทนเย็นหรือโทนอุ่น
- บ้านหลังเล็กควรทาสีอะไร
- บ้านหลังเล็กควรใช้สีอ่อนเป็นสีหลักและใช้สีไม่เกินสองถึงสามสีทั้งหลัง เพื่อให้บ้านดูกว้างและเป็นระเบียบ สีเข้มใช้เฉพาะจุดเน้น เช่น ประตูหรือผนังด้านเดียว
- ควรเลือกสีบ้านจากแผ่นตัวอย่างหรือจากหน้าจอ
- หน้าจอและแผ่นตัวอย่างเล็ก ๆ ใช้คัดตัวเลือกเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ควรทาแผ่นทดลองบนผนังจริงแล้วดูในแสงหลายช่วงเวลา เพราะแดดและสิ่งรอบบ้านเปลี่ยนเฉดสีได้มาก
ติดต่อ
นัดสำรวจหน้างานและขอใบเสนอราคา
สำรวจและวัดพื้นที่หน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย. ออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง.